ชื่นชมยินดีท่ามกลางความโศกเศร้า

November 14th, 2009 2 comments

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน

อ่าน: เอสรา 3:10-13
ประชาชนจึงสังเกตไม่ได้ว่าไหนเป็นเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นบาน และไหนเป็นเสียงประชาชนร้องไห้ -เอสรา 3:13

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: บทเพลงคร่ำครวญ 3-5, ฮีบรู 10:19-39

        หลังจากเรียนวิชาศิลปะได้ไม่กี่ครั้ง โจเอล วัย 10 ขวบ ได้ลองวาดภาพดอกไม้ด้วยตนเองโดยดูแบบจากภาพถ่าย โจเอลใส่สีสันได้สวยงามหลากหลาย จนทำให้ดอกไม้ในภาพวันที่คุณป้าของเขาจากไป กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง สำหรับคนในครอบครัว ภาพวาดของโจเอลสื่อถึงความรู้สึกทั้งหวานและขมระคนกัน แม้ภาพนั้นจะทำให้คิดถึงความโศกเศร้าเพราะสูญเสียผู้เป็นที่รัก แต่พวกเขาก็ชื่นชมยินดีที่โจเอลค้นพบพรสวรรค์ด้านศิลปะ ภาพวาดของโจเอลจึงเป็นความชื่นชมยินดีท่ามกลางความโศกเศร้า
        หลังจากเป็นเชลยในกรุงบาบิโลน ประชาชนชาวยูดาห์ก็ได้เดินทางกลับมายังกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมกับประสบการณ์ที่ทั้งหวานและขม ขณะที่พวกเขาเริ่มทำการบูรณะวิหารของซาโลมอน ฝูงชนก็เริ่มร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ส่วนผู้อาวุโสซึ่งเคยเห็นความงามของพระวิหารหลังก่อน ซึ่งถูกทำลายลงในช่วงที่เกิดสงคราม ก็เริ่มร้องไห้เสียงดัง พระคัมภีร์บอกว่า “ประชาชนจึงสังเกตไม่ได้ว่าไหน เป็นเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นบาน และไหนเป็นเสียงประชาชนร้องไห้” (อสร.3:13)
        ความทุกข์โศกอาจเป็นเช่นนั้น ท่ามกลางความเสียใจที่เกิดขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไป ยังมีพระสัญญาแห่งความชื่นชมยินดีสำหรับอนาคตเมื่อเราวางใจในพระเจ้า แม้แต่ในเหตุการณ์ที่มีการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เรายังสามารถหวังใจได้ว่าพระเจ้าจะประทานความชื่นชมยินดีให้กับเราท่ามกลางความโศกเศร้า – HDF

แม้ผองชนทั้งโลกาพาโศกเศร้า
ความหวังเราไม่อับเฉาเช่นบุปผา
พระเจ้ามอบความมั่นคงแห่งศรัทธา
มิมีวันมรณาสูญสิ้นไป – Mcneil

ความหวังของคริสเตียนสดใสที่สุด
แม้กระทั่งในเวลาที่มืดมนที่สุด

Read more…