“แสง” แห่งการทรงสร้าง
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม
อ่าน: โยบ 37:1-18
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 12-14, 2 ทิโมธี 1
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของจาไมกาคือผืนน้ำ ซึ่งเรียกว่า บึงสะท้อนแสง ตอนกลางวัน ก็เป็นเหมือนอ่าวทั่วๆไปทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศ แต่พอกลางคืน จะกลับกลายเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
หากคุณไปที่นั่นตอนกลางคืน คุณจะสังเกตเห็นน้ำเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเรืองแสงนับล้านๆ เมื่อมีการเคลื่อนไหว น้ำและสิ่งมีชีวิตในอ่าวจะเปล่งแสง เช่นเมื่อมีปลาว่ายผ่านเรือ มันก็จะสว่างขึ้นมาราวกับหิ่งห้อยลอยอยู่ในน้ำ ยิ่งเรือแล่นตัดกระแสน้ำ ก็ยิ่งทำให้สว่างไสวขึ้นอีก
ความอัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระเจ้านั้นเกินคำบรรยาย นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยในท่ามกลางสิ่งลึกลับทั้งสิ้น อันมาจากฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ซึ่งกล่าวถึงในโยบบทที่ 37 และ 38 ลองฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอธิบายบทบาทของพระองค์จากความยิ่งใหญ่ในธรรมชาติ “ท่านทราบหรือว่าพระเจ้าทรงกำชับมันอย่างไร และกระทำให้ฟ้าแลบแห่งเมฆของพระองค์มีแสง” (37:15) “ทางที่จะนำไปสู่สำนักของความสว่างอยู่ที่ไหน และส่วนที่มืด สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน” (38:19) การทรงสร้างอันมหัศจรรย์ของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นแสงฟ้าแลบหรือปลาเรืองแสงล้วนเป็นความลึกลับสำหรับเรา แต่พระเจ้าทรงทำให้โยบระลึกว่า ทุกสิ่งมหัศจรรย์ในโลกของเราล้วนมาจากการเนรมิตสร้างโดยฝีพระหัตถ์
เมื่อเราได้สังเกตเห็นการทรงสร้างอันมหัศจรรย์ การตอบสนองของเรา ก็อาจเป็นเหมือนโยบ ว่าเป็น “สิ่งที่ประหลาดเกินแก่ข้าพระองค์” (42:3) – JDB
ธรรมชาติงามตาแสนสดใส
สารพัดสัตว์น้อยใหญ่พระเจ้าสร้าง
ด้วยปัญญาอัศจรรย์ทรงจัดวาง
ทุกๆ อย่างสอดคล้องและสมดุล – Alexander
หากเราเลิกอัศจรรย์ใจ
เราก็เลิกนมัสการ