ฮัลโลวีนศักดิ์สิทธิ์

October 31st, 2009 8 comments

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม

อ่าน: 2 ทิโมธี 2:19-26
เขาก็จะเป็นภาชนะที่มีค่า ซึ่งชำระให้บริสุทธิ์แล้ว เหมาะที่เจ้าของเรือนจะใช้ให้เป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่าง – 2 ทิโมธี 2:21

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 22-23, ทิตัส 1

        คำว่า hallow (สักการะ ศักดิ์สิทธิ์-ผู้แปล) ถูกนำมาใช้ในความหมายที่กว้างมาก คริสเตียนใช้คำนี้เมื่อกล่าวคำอธิษฐานของพระเยซู “ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ” ขณะเดียวกันคำนี้กลับเกี่ยวข้องกับวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม ซึ่งผู้คนในสหรัฐเรียกว่า Halloween (วันฮัลโลวีน) ซึ่งเป็นคำย่อของ All Hallows’ Eve (วันก่อนวันรำลึกถึงนักบุญทั้งหลาย-ผู้แปล)
        ในพระคัมภีร์ คำว่า hallow มีความหมายเดียวกับคำว่า ชำระให้บริสุทธิ เมื่อเราทำการสักการบูชา เราก็ถูกแยกออกเพื่อให้บริสุทธิ์
        พระนามของพระเจ้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราเคารพสักการะ ตัวเราเองก็ต้องเป็นที่สักการะด้วย เปาโลเตือนทิโมธีว่า ให้เป็นภาชนะที่ชำระให้บริสุทธิ์และเหมาะที่พระเจ้าจะใช้ประโยชน์ได้ โดยใฝ่ใน “ทางธรรม ในความเชื่อความรัก และสันติสุขร่วมกับผู้ที่ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยใจบริสุทธิ์” และไม่ข้องแวะกับ “ปัญหาอันโง่เขลาและไม่เป็นสาระ ด้วยรู้แล้วว่าปัญหาเหล่านั้นก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน” (2 ทธ.2:21-23)
        ในวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม เด็กๆในสหรัฐจะหิ้วตะกร้าขนมหวาน ซึ่งเตือนให้เราตั้งคำถามว่า “ภาชนะแห่งชีวิตของฉันบรรจุอะไรเอาไว้? เราใส่ทัศนคติขมขื่นซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทอันโง่เขลา หรือเป็นจิตวิญญาณอันหวานชื่น ซึ่งนำไปสู่ความชอบธรรม ความเชื่อ ความรัก และสันติสุข?”
        เราทำให้วันนี้และทุกๆวันเป็นวันแห่งการสักการะบูชาได้ โดยแยกตัวเองไว้สำหรับพระเจ้า เพื่อให้พระองค์ทรงใช้เรา – JAL

ขอพระเจ้าช่วยข้ามีชีวา
บริสุทธาให้พระองค์ทรงใช้ได้
มีความเชื่อความชอบธรรมทุกวันไป
สำเร็จตามพระทัยของพระองค์ – Sper

ความยินดีสูงสุดของคริสเตียน
คือการที่พระเจ้าทรงใช้เรา

Read more…

คนที่ยืนอยู่

October 30th, 2009 6 comments

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม

อ่าน: 2 ทิโมธี 4:9-18
มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมา เพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก -สุภาษิต 17:17

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 20-21, 2 ทิโมธี 4

        สตีเฟน บลาย นักเขียนนวนิยายตะวันตก กล่าวไว้ว่า ในสมัยของอเมริกันตะวันตกดั้งเดิม มีเพื่อนอยู่สองประเภท(รวมถึงม้า) คือ คนที่วิ่งหนี กับคนที่ยังยืนอยู่ เมื่อส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหา คนที่วิ่งจะหนีไปทันที ทิ้งให้คุณเผชิญหน้ากับอันตราย แต่คนที่ยืนจะยังอยู่กับคุณไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร แต่โชคร้ายที่คุณไม่อาจรู้ได้ว่าคุณมีเพื่อนประเภทไหน จนกว่าจะเกิดปัญหาขึ้น และเมื่อนั้นก็สายเกินไป หากเพื่อนของคุณไม่ได้เป็นผู้ที่ยืนอยู่
        แทนที่จะกังวลว่าเรา มีเพื่อนแบบไหน เราควรพิจารณาว่าเราเอง เป็นเพื่อนแบบใด ช่วงสุดท้ายในการทำพันธกิจของเปาโล ขณะที่ท่านรอคอยความตาย บางคนที่เคยร่วมงานรับใช้ด้วยกันกับท่านกลับกลายเป็นคนที่วิ่งหนีและทอดทิ้งให้ท่านเผชิญกับโทษประหารเพียงลำพัง ในจดหมายฉบับสุดท้าย ท่านเขียนถึงบางคน (เช่นเดมาส) ที่ได้ทิ้งท่านไป แต่ก็ได้กล่าวถึง “ลูกาคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับข้าพเจ้า” (2 ทธ.4:11) ลูกาเป็นคนที่ยังยืนอยู่ แม้เปาโลต้องผิดหวังอย่างยิ่งกับคนที่ละทิ้งท่านไป แต่ท่านก็คงรู้สึกอุ่นใจที่รู้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
        สุภาษิตบอกเราว่า “มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา” (17:17) ในเวลาแห่งความทุกข์ยาก เราต้องการเพื่อนที่พึ่งพาได้ เมื่อผู้คนที่เรารู้จักต้องประสบปัญหา เราจะเป็นเพื่อนแบบไหน เป็นคนที่วิ่ง หรือคนที่ยืนอยู่? – BC

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์เป็นเพื่อนที่ไม่หนีหายเวลาเพื่อนลำบาก ขอโปรดประทานความกล้าหาญให้อยู่เคียงข้างเขา ประทานสติปัญญาที่จะรู้ว่าจะพูดอะไร และประทานความสามารถที่จะปรนนิบัติคนเหล่านั้น อาเมน

เพื่อนแท้จะยืนเคียงข้างเราในเวลายากลำบาก

Read more…

หายไปและได้พบ

October 29th, 2009 Comments off

วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม

อ่าน: ลูกา 15:4-24
เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีกหายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก -ลูกา 15:24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เยเรมีย์ 18-19, 2 ทิโมธี 3

        บทความหนึ่งซึ่งเขียนโดย เจนนิเฟอร์ ซารานาว ในวารสารวอลล์สตรีท เล่าถึงความพยายามอันไม่ธรรมดาของเหล่าชาย อเมริกันวัยกลางคน ซึ่งพยายามสืบเสาะหารถคันโปรด ซึ่งพวกเขาเคยเป็นเจ้าของและรักมาก พวกเขาค้นหาในโฆษณารถออนไลน์ โทรศัพท์ ไปโรงเก็บของเก่า และกระทั่งจ้างผู้เชี่ยวชาญในราคา 400 ดอลล่าร์ต่อชั่วโมง เพื่อให้ตามหารถยนต์ที่เป็นตัวแทนแห่งวัยหนุ่มของพวกเขา คนเหล่านี้ต้องการรถคันที่เขาเคยเป็นเจ้าของ ไม่ใช่แค่คันที่เหมือนกัน
        บางคนบอกว่าความพยายามเช่นนี้ไร้สาระ ทำให้สูญเสียเวลาและเงินทอง แต่คุณค่าของรถขึ้นอยู่กับสายตาของผู้มอง ซึ่งสิ่งอื่นๆก็เช่นเดียวกัน
        ในลูกา 15 ผู้คนที่ถูกสังคมดูถูกได้เดินทางมาฟังพระเยซู แต่ผู้นำทางศาสนาบางคนบ่นว่า “คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินด้วยกันกับเขา” (ข้อ 2) พระเยซูยืนยันว่า “คนบาป” เหล่านี้มีค่าสำหรับพระเจ้า โดยการทรงเล่าเรื่องราวที่น่าจดจำสามเรื่องด้วยกัน คือ เรื่องแกะหาย (ข้อ 4-7) เหรียญหาย (ข้อ 8-10) และบุตรน้อยหลงหาย (ข้อ 11-32) คำอุปมาแต่ละเรื่องเล่าถึงความทุกข์เพราะสูญเสีย การพยายามตามหา และความยินดีที่ได้พบกับสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล ในทุกเรื่อง เราเห็นภาพของพระเจ้าพระบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรักทรงชื่นชมยินดีกับทุกดวงวิญญาณหลงหายที่ได้กลับมาหาพระองค์
        ถึงแม้ในวันนี้คุณจะรู้สึกว่าอยู่ห่างไกลจากพระเจ้า แต่คุณก็ยังมีค่ามากสำหรับพระองค์ พระองค์กำลังตามหาคุณอยู่ – DCM

ฉันเคยหลงองค์พระเจ้าทรงพบฉัน
อัศจรรย์พระคริสต์เห็นคุณค่า
ไถ่บาปฉันช่วยกู้จากมรณา
พ้นโทษามีเสรีได้เป็นไท – Sper

ผู้ที่ถูกพบแล้ว ควรตามหาผู้หลงหาย

Read more…