September 27th, 2009
admin
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน
อ่าน: โคโลสี 2:9-17
(พระเยซู) ได้ทรงให้ท่านมีชีวิตร่วมกับพระองค์ และทรงโปรดยกโทษการละเมิดทั้งหลายของท่าน -โคโลสี 2:13
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 3-4, กาลาเทีย 6
การนมัสการที่คริสตจักรในวันนั้นช่างจับใจเหลือเกิน ศิษยาภิบาลของเราพูดถึงพระเยซูที่ทรงรับเอาความผิดบาปของเราไว้ที่พระองค์เอง แล้วสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษของบาปนั้นแทนเรา เขาถามว่ามีใครบ้างที่ยังรู้สึกผิดกับความบาปที่สารภาพไปแล้ว ทำให้ไม่มีความสุขกับการอภัยโทษของพระเจ้า
เขาให้เราเขียนความบาปของเราลงในกระดาษ แล้วเอาตะปูตอกกระดาษนั้นติดไว้ที่ไม้กางเขนที่เขาตั้งไว้ข้างหน้าที่ประชุม มีคนมากมายเดินไปข้างหน้า และมีเสียงตอกตะปูดังอยู่หลายนาที การกระทำนั้นไม่ได้ทำให้เราได้รับการยกโทษแต่อย่างใด แต่เป็นการเตือนใจเราอย่างเป็นรูปธรรมว่าพระเยซูได้ทรงรับเอาความบาปเหล่านั้นไว้แล้วเมื่อพระองค์ถูกตรึงและสิ้นพระชนม์ที่ไม้กางเขน
เปาโลสั่งสอนคริสตจักรในเมืองโคโลสี ในเรื่องนี้ขณะนั้นประชาชนกำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้สอนเทียมเท็จที่บอกว่า การเชื่อพระเยซูเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ เปาโลอธิบายถึงการที่พระเยซูได้ทรงจ่ายค่าไถ่บาปของเราแล้วว่า “พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน” (คล.2:14)
เมื่อเราสารภาพบาปของเราต่อพระเจ้า และทูลขอพระองค์ทรงชำระเราให้สะอาด พระองค์จะทรงอภัยให้ (1 ยน.1:9) เราไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด บาปของเราถูกตรึงไว้ที่กางเขน ถูกกำจัดไปแล้ว และพระเยซูทรงยกโทษให้หมดแล้ว – AMC
ขอพระเจ้าให้ข้าสารภาพ นำความบาปทูลพระเจ้าด้วยกล้าหาญ
ถ่อมจิตใจคุกเข่าลงกราบกราน ทั้งดวงมาลย์ให้ไว้แด่พระองค์
รับความรักพร้อมการให้อภัย ปลดปล่อยให้พ้นจากบาปลุ่มหลง
เข้าสู่ร่มพระคุณอันมั่นคง และยืนยงตราบชั่วนิจนิรันดร์ – D. De Haan
Read more…
September 26th, 2009
admin
วันเสาร์ที่ 26 กันยายน
อ่าน: 1 โครินธ์ 13
(ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ -1 โครินธ์ 13:7
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อิสยาห์ 1-2, กาลาเทีย 5
ประมาณ 40 ปีก่อน ผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งให้ความรักอย่างมากแก่คนที่ผมคิดว่าไม่น่ารักเลย ผมคิดว่าเพื่อนคนนี้ถูกหลอก และกลัวว่าเขาจะต้องเสียใจภายหลังเมื่อรู้ความจริงแต่เมื่อผมบอกไปอย่างนั้น เขาตอบว่า “เวลาที่ผมยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ผมหวังว่าพระองค์จะบอกว่าผมรักคนมากเกินไป ดีกว่ารักน้อยเกินไป” ผมไม่เคยลืมคำพูดนี้ของเขาเลย
เปาโลยืนยันว่า “(ความรัก) เชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ” (1 คร.13:7) ความรัก “เชื่อ” ในคนอื่น มองเห็นความเป็นไปได้ที่อยู่ในตัวของพวกเขา เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงสามารถเปลี่ยนคนที่ไม่น่ารักที่สุด ไม่คู่ควรที่สุดให้กลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอกอันงดงามและทรงคุณค่า หากความรักจะทำให้ผิดไปบ้าง ก็จะผิดที่มอบความไว้ใจและหวังใจให้มากมาย
แน่นอนว่าเราต้องระมัดระวังอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และ “ฉลาดเหมือนงู” (มธ.10:16) ซึ่งความรักแบบรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี อาจเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบหรือคนโง่ก็ได้ แต่เราต้องไม่ปิดกั้น หวาดระแวง และขาดความไว้วางใจจนเกินไป
การถูกหลอกหรือถูกโกงจะไม่ทำให้เราเสียหายอะไรมากมาย (มธ.5:38-48) แต่การได้รักใครสักคนแล้วผิดหวัง ก็ยังดีกว่าการไม่มีหัวใจให้ใครเลย กวีชาวอังกฤษชื่อ อัลเฟรด เทนนีสัน ได้ประพันธ์ไว้ว่า “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น” ผมเห็นด้วย – DHR
ขอประทานความหวังใจในผู้คน
เชื่อมั่นอย่างเต็มล้นว่าพระเจ้า
ทรงสามารถทำกิจผ่านชีวิตเขา
เหมือนที่ทรงทำผ่านเราด้วยเมตตา – Sper
Read more…
September 25th, 2009
admin
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน
อ่าน: กาลาเทีย 4:12-20
ลูกน้อยของข้าพเจ้าเองข้าพเจ้าต้องเจ็บปวดเพราะท่านอีก จนกว่าพระคริสต์จะได้ทรงก่อร่างขึ้นในตัวท่าน – กาลาเทีย 4:19
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เพลงซาโลมอน 6-8, กาลาเทีย 4
โซเครติส นักปรัชญาชาวกรีกในสมัยโบราณ มีแม่เป็นนางผดุงครรภ์ เขาจึงเติบโตขึ้นมา โดยเห็นว่าแม่ได้ช่วยเหลือผู้หญิงหลายคน เพื่อให้ทารกเกิดใหม่ลืมตาดูโลก ประสบการณ์นี้ที่มีอิทธิพลกับวิธีการสอนของเขาในเวลาต่อมา โซเครติสกล่าวว่า “ศิลปะการผดุงครรภ์ของข้าพเจ้าโดยทั่วไปก็เหมือนกับผู้ผดุงครรภ์คนอื่นๆ สิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือ คนไข้ของข้าพเจ้าเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง และสิ่งที่ข้าพเจ้าเป็นห่วงนั้นไม่ใช่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นจิตวิญญาณที่เจ็บปวดทุกข์ทรมานกับการเกิด”
โซเครติสไม่ได้เพียงแค่ส่งผ่านข้อมูลให้แก่ลูกศิษย์ บางครั้งเขาใช้วิธีการที่ทำให้เจ็บปวดบ้าง โดยถามคำถามที่กระตุ้นให้พวกเขาได้บทสรุปของตนเอง บางครั้งการสอนให้พวกเขาคิดก็ดูเหมือนความเจ็บปวดระหว่างการคลอดลูก
เปาโลเองก็มีความคิดที่คล้ายกันในการสั่งสอนสาวกเรื่องความเชื่อ ท่านบอกว่า “ลูกน้อยของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าต้องเจ็บปวดเพราะท่านอีก จนกว่าพระคริสต์จะได้ทรงก่อร่างขึ้นในตัวท่าน” (กท.4:19) เปาโลห่วงใยอยากให้ผู้เชื่อแต่ละคนเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณในความไพบูลย์ของพระคริสต์ (อฟ.4:13)
การเป็นเหมือนพระคริสต์เป็นประสบการณ์ที่ใช้ทั้งชีวิต ดังนั้น เราต้องอดทนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เราทุกคนต้องพบกับความท้าทายและความผิดหวังบนเส้นทางนี้ แต่หากเราไว้วางใจในพระเยซู เราจะเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณและมีคุณลักษณะที่จะให้กำเนิดชีวิตใหม่ – HDF
พระเจ้าข้า…
โปรดช่วยให้เรามองเห็นเถิดว่า
เราจำต้องพึ่งพากันเพียงไหน
เพราะดำเนินชีวิตอีกยาวไกล
ในหมู่ผู้วางใจในพระองค์ – Hess
Read more…