ตรึงไว้ที่กางเขน
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน
อ่าน: โคโลสี 2:9-17
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: อิสยาห์ 3-4, กาลาเทีย 6
การนมัสการที่คริสตจักรในวันนั้นช่างจับใจเหลือเกิน ศิษยาภิบาลของเราพูดถึงพระเยซูที่ทรงรับเอาความผิดบาปของเราไว้ที่พระองค์เอง แล้วสิ้นพระชนม์เพื่อรับโทษของบาปนั้นแทนเรา เขาถามว่ามีใครบ้างที่ยังรู้สึกผิดกับความบาปที่สารภาพไปแล้ว ทำให้ไม่มีความสุขกับการอภัยโทษของพระเจ้า
เขาให้เราเขียนความบาปของเราลงในกระดาษ แล้วเอาตะปูตอกกระดาษนั้นติดไว้ที่ไม้กางเขนที่เขาตั้งไว้ข้างหน้าที่ประชุม มีคนมากมายเดินไปข้างหน้า และมีเสียงตอกตะปูดังอยู่หลายนาที การกระทำนั้นไม่ได้ทำให้เราได้รับการยกโทษแต่อย่างใด แต่เป็นการเตือนใจเราอย่างเป็นรูปธรรมว่าพระเยซูได้ทรงรับเอาความบาปเหล่านั้นไว้แล้วเมื่อพระองค์ถูกตรึงและสิ้นพระชนม์ที่ไม้กางเขน
เปาโลสั่งสอนคริสตจักรในเมืองโคโลสี ในเรื่องนี้ขณะนั้นประชาชนกำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้สอนเทียมเท็จที่บอกว่า การเชื่อพระเยซูเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ เปาโลอธิบายถึงการที่พระเยซูได้ทรงจ่ายค่าไถ่บาปของเราแล้วว่า “พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน” (คล.2:14)
เมื่อเราสารภาพบาปของเราต่อพระเจ้า และทูลขอพระองค์ทรงชำระเราให้สะอาด พระองค์จะทรงอภัยให้ (1 ยน.1:9) เราไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด บาปของเราถูกตรึงไว้ที่กางเขน ถูกกำจัดไปแล้ว และพระเยซูทรงยกโทษให้หมดแล้ว – AMC
ขอพระเจ้าให้ข้าสารภาพ นำความบาปทูลพระเจ้าด้วยกล้าหาญ
ถ่อมจิตใจคุกเข่าลงกราบกราน ทั้งดวงมาลย์ให้ไว้แด่พระองค์
รับความรักพร้อมการให้อภัย ปลดปล่อยให้พ้นจากบาปลุ่มหลง
เข้าสู่ร่มพระคุณอันมั่นคง และยืนยงตราบชั่วนิจนิรันดร์ – D. De Haan
ความรู้สึกผิดเป็นภาระที่พระเจ้า
ไม่เคยอยากให้ลูกของพระองค์ต้องแบก