มรดก

September 14th, 2009 4 comments

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน

อ่าน: เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-9
พวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลาน ของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง…
-เฉลยธรรมบัญญัติ 6:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สุภาษิต 19-21, 2 โครินธ์ 7

        เมื่อไม่นานมานี้ อเล็กซ์ หลานชายของผมไปเป็นเพื่อนผมทำธุระ จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นว่า “คุณตาต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดได้ยังไงครับ?” เข้าทาง ผมจึงเล่าเรื่องที่ผมกลับใจเมื่อตอนเป็นเด็กให้เขาฟัง อเล็กซ์ยังสนใจฟังอยู่ ผมจึงบรรยายต่อไปว่าทวดของเขามาเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร เริ่มตั้งแต่ตอนที่ท่านรอดจากสงครามโลกครั้งที่สอง และต่อต้านพระกิตติคุณในตอนแรก เรื่อยไปถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่มาเป็นคริสเตียน
        หลังจากนั้น เมื่อผมได้อ่านพระคัมภีร์ตอนที่ พูดถึงความเชื่อที่ถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ผมก็คิดถึงบทสนทนาของผมกับหลานขึ้นมา ในเฉลยธรรมบัญญัติโมเสสสั่งสอนชาวอิสราเอลให้เชื่อฟังความจริงของพระเจ้าใส่ไว้ในใจ และเล่าให้คนรุ่นต่อๆไปฟัง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต “จงให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน และพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทาง และนอนลงหรือลุกขึ้น” (6:6-7)
        พ่อแม่ที่ปฏิบัติตามพระคัมภีร์ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกหลานที่เชื่อพระเจ้าเสมอไป แต่เมื่อเราเห็นว่าคนรุ่นหลังมีความสนใจเรื่องฝ่ายวิญญาณ เราก็สามารถปลูกฝังคำสอนที่ทรงคุณค่าเกี่ยวกับพระวจนะของพระเจ้าให้พวกเขาได้ และนี่อาจเป็นมรดกที่ดีที่สุดที่พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายจะมอบให้แก่ลูกหลานของตน – HDF

พระเจ้าทรงประทานลูกหลานมา ณ หนึ่งช่วงเวลาของชีวิต
จงสอนเขาใกล้ชิดติดสนิท ทางพระคริสต์ทางแห่งความชอบธรรม
จงรักเขาใส่ใจให้โอกาส แม้พลั้งพลาดเริ่มใหม่ไม่ผิดซ้ำ
จงสอนเขาดำเนินตามพระคำ อยู่ในการทรงนำอย่างมั่นคง
– Sper

มรดกที่ล้ำค่าที่สุดที่พ่อแม่ให้กับลูกได้
คือการเป็นแบบอย่างที่ชอบธรรม
Read more…